← ข่าวสารทั้งหมดและสื่อระดับโลก
โรงเรียนและเยาวชน 2026-09-05 5 นาที การอ่าน

ผู้ให้บริการโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ EE เตือนผู้ปกครอง: ห้ามให้สมาร์ตโฟนแก่เด็กอายุต่ำกว่า 11 ปี พร้อมหนุนการสั่งแบนโทรศัพท์ในโรงเรียน

EE ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ได้ออกคำแนะนำประวัติศาสตร์แก่ผู้ปกครองว่าไม่ควรซื้อสมาร์ตโฟนให้เด็กอายุต่ำกว่า 11 ปี และแนะนำให้ใช้โทรศัพท์ปุ่มกดธรรมดาแทน ก้าวสำคัญนี้สอดรับกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษที่สั่งห้ามใช้โทรศัพท์ในโรงเรียนทั่วประเทศและการเคลื่อนไหวเพื่อ 'วัยเด็กที่ไร้สมาร์ตโฟน'

📰
แหล่งข่าว: กระทรวงศึกษาธิการสหราชอาณาจักร (DfE) & EE (BT Group) (ดูแหล่งข่าวต้นฉบับ ↗)

ในก้าวย่างครั้งประวัติศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กเหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจ EE (ในเครือ BT Group) ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ได้ออกคำแนะนำอย่างเป็นทางการเพื่อเตือนผู้ปกครองว่าไม่ควรซื้อสมาร์ตโฟนให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 11 ปี โดยบริษัทแนะนำให้เลือกใช้โทรศัพท์ปุ่มกดธรรมดา (feature phones) ที่จำกัดการใช้งานเฉพาะการโทรด้วยเสียงและส่งข้อความ SMS เท่านั้น เพื่อปกป้องเด็กๆ จากอัลกอริทึมที่เสพติดง่ายและภัยอันตรายในโลกออนไลน์

คำแนะนำด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลของ EE แบ่งช่วงวัยเด็กออกเป็น 3 ขั้นที่ชัดเจน สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 11 ปี บริษัทแนะนำให้งดการใช้สมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดียโดยสิ้นเชิง สำหรับเด็กอายุ 11 ถึง 13 ปีในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ระดับมัธยม หากจำเป็นต้องใช้สมาร์ตโฟนจะต้องติดตั้งระบบควบคุมโดยผู้ปกครองอย่างเข้มงวด จำกัดเวลาหน้าจอ และปิดกั้นโซเชียลมีเดีย ส่วนกลุ่มอายุ 13 ถึง 16 ปี ควรคงการคัดกรองเนื้อหาและการจำกัดเวลาการใช้งานภายใต้การกำกับดูแลของผู้ปกครอง

การออกมาเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมนี้ สอดคล้องอย่างสมบูรณ์แบบกับแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษ (Department for Education - DfE) ที่ประกาศให้โรงเรียนทุกแห่งในอังกฤษเป็นเขตปลอดโทรศัพท์มือถือตลอดวันเรียน รวมถึงช่วงพักและมื้อกลางวัน นอกจากนี้ ยังสร้างแรงหนุนมหาศาลให้กับกลุ่มเคลื่อนไหว 'Smartphone Free Childhood' ซึ่งริเริ่มโดย Daisy Greenwell และ Clare Fernyhough ซึ่งมีผู้ปกครองกว่า 150,000 ครัวเรือนในสหราชอาณาจักรร่วมลงนามในข้อตกลงไม่ซื้อสมาร์ตโฟนให้บุตรหลานก่อนวัยอันควร

กุมารแพทย์และนักจิตวิทยาพัฒนาการต่างแสดงความชื่นชมต่อมาตรการนี้ โดยชี้ให้เห็นหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลก่อนวัยอันควรส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับ สมาธิสั้น และก่อให้เกิดความวิตกกังวลในวัยรุ่น การที่ภาคเอกชนผู้ให้บริการระบบสื่อสารออกมายอมรับความจริงเรื่องนี้ ช่วยให้ผู้ปกครองคลายความกดดันจากคนรอบข้าง และช่วยให้เด็กๆ ได้กลับมาพูดคุย มีปฏิสัมพันธ์ และเรียนรู้อย่างเต็มที่ในห้องเรียน

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แม้กฎระเบียบของโรงเรียนและคำแนะนำของภาคธุรกิจจะเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญ แต่วินัยทางดิจิทัลที่ยั่งยืนจำเป็นต้องเริ่มต้นจากที่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ ติดอยู่ในวังวนของการเลื่อนดูหน้าจออย่างไม่รู้จบหลังเลิกเรียน แอปพลิเคชันอัจฉริยะสำหรับล็อกแอปและบริหารเวลาหน้าจออย่าง Limitra App Block จึงยังคงเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในการสร้างวินัยและเสริมสร้างสมาธิให้กับครอบครัวยุคใหม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง:
#สหราชอาณาจักร#EE#BT Group#กระทรวงศึกษาธิการอังกฤษ#วัยเด็กไร้สมาร์ตโฟน#การแบนโทรศัพท์ในโรงเรียน#การเสพติดหน้าจอ#วินัยทางดิจิทัล

กำหนดขอบเขตดิจิทัลของคุณเองตั้งแต่วันนี้

เมื่อหน่วยงานระหว่างประเทศออกมาตรการเข้มงวดเพื่อจัดการกับการเสพติดหน้าจอ เสริมสร้างวินัยดิจิทัลด้วย Limitra App Block กำหนดขอบเขตการใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างเด็ดขาดเพื่อฟื้นฟูสมาธิของคุณ

ดาวน์โหลดบน Google Play ↗