"The Anxious Generation": Jonathan Haidt กับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างวัยเด็กครั้งใหญ่ในยุคสมาร์ทโฟน
Jonathan Haidt นักจิตวิทยาสังคมชี้ในหนังสือ 'The Anxious Generation' ว่าวิกฤตสุขภาพจิตวัยรุ่นที่เริ่มขึ้นในทศวรรษ 2010 เกิดจากการเปลี่ยนผ่านจาก 'วัยเด็กที่เน้นการเล่น' ไปสู่ 'วัยเด็กที่ผูกติดกับโทรศัพท์' เสนอทางออก 4 ประการ: ห้ามสมาร์ทโฟนก่อนอายุ 14, ห้ามโซเชียลมีเดียก่อนอายุ 16, และโรงเรียนปลอดโทรศัพท์
Jonathan Haidt นักจิตวิทยาสังคมระบุว่า ในช่วงทศวรรษ 2010 วัยเด็กของมนุษย์ได้เปลี่ยนผ่านจาก "การเติบโตผ่านการเล่นในโลกจริง" ไปสู่ "การเติบโตที่ผูกติดอยู่กับโทรศัพท์มือถือ" ซึ่ง Haidt ชี้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของวิกฤตสุขภาพจิตครั้งรุนแรงที่สุดในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่
Jonathan Haidt ศาสตราจารย์แห่ง Stern School of Business มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ได้ตีพิมพ์หนังสือ The Anxious Generation ในเดือนมีนาคม 2024 และติดอันดับหนังสือขายดีของ The New York Times อย่างยาวนาน ข้อมูลในเล่มอ้างอิงจากสถิติของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) และข้อมูลระบาดวิทยาจากหลากหลายประเทศ Haidt เรียกช่วงปี 2010–2015 ว่าเป็นยุคแห่ง "The Great Rewiring" (การต่อวงจรระบบประสาทใหม่ครั้งใหญ่) เมื่อสมาร์ทโฟน กล้องหน้า และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้ามาเป็นศูนย์กลางชีวิตของวัยรุ่น ขณะเดียวกันพ่อแม่ก็จำกัดการออกไปเล่นอิสระนอกบ้านของเด็กลง กลายเป็นการปกป้องเด็กเกินเหตุในโลกจริง แต่กลับปล่อยให้พวกเขาเผชิญโลกเสมือนจริงอย่างไร้การป้องกัน
สถิติในสหรัฐฯ ระหว่างปี 2010 ถึงต้นทศวรรษ 2020 ที่นำเสนอในหนังสือน่าตกใจอย่างยิ่ง: การเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินจากการทำร้ายตนเองในเด็กผู้หญิงอายุ 10–14 ปี พุ่งสูงขึ้นถึง 188% อัตราการฆ่าตัวตายในกลุ่มอายุเดียวกันเพิ่มขึ้น 167% แม้เด็กผู้ชายจะมีตัวเลขเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ในกลุ่มเด็กหญิงมีการเพิ่มขึ้นที่ชันกว่าอย่างชัดเจน
Haidt เสนอทางออก 4 ประการ: 1. ไม่มีสมาร์ทโฟนจนกว่าจะถึงระดับมัธยมปลาย (อายุประมาณ 14 ปี) 2. ไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดียจนกว่าจะอายุครบ 16 ปี 3. โรงเรียนปลอดโทรศัพท์ โดยเก็บโทรศัพท์ไว้ในล็อกเกอร์ตลอดชั่วโมงเรียน 4. เพิ่มอิสระในการเล่นกลางแจ้งและความรับผิดชอบในโลกแห่งความเป็นจริง โดยเน้นย้ำว่ามาตรการเหล่านี้จะได้ผลดีที่สุดเมื่อทำร่วมกันเป็นกลุ่มสังคม เพราะหากครอบครัวใดทำเพียงลำพัง เด็กจะเผชิญความกดดันจากการถูกเพื่อนกีดกัน แต่หากโรงเรียนหรือกลุ่มผู้ปกครองตกลงร่วมกัน ปัญหานี้จะหมดไป
ลองนึกภาพกลุ่มวัยรุ่นที่นัดเจอกันที่สวนสาธารณะ แต่แทนที่จะวิ่งเล่นหรือพูดคุยกัน พวกเขากลับนั่งเรียงแถวและก้มหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์ของตนเองอย่างเงียบกริบ แม้ร่างกายจะอยู่ร่วมกัน แต่จิตใจกลับแยกย้ายไปอยู่ในโลกเสมือนคนละทิศละทาง
ผู้ปกครองควรเริ่มพูดคุยกับผู้ปกครองของเพื่อนร่วมชั้นเพื่อกำหนดข้อตกลงเรื่องอายุการมีสมาร์ทโฟนเครื่องแรกร่วมกัน ผลักดันนโยบายโรงเรียนปลอดโทรศัพท์ และเปิดโอกาสให้เด็กได้รับอิสระและความรับผิดชอบที่เหมาะสมกับวัย
แรงกดดันจากกลุ่มเพื่อนทำให้เด็กคนเดียวไม่สามารถต้านทานได้ Limitra Social ช่วยให้กลุ่มเพื่อนและครอบครัวสามารถกำหนดขอบเขตเวลาหน้าจอดิจิทัลร่วมกัน ปิดกั้นหน้าจอไปพร้อมๆ กันเพื่อคลายความกังวลเรื่องการตกกระแส และคืนวัยเด็กที่แท้จริงกลับคืนมา (หมายเหตุ: หากคุณกำลังเผชิญกับความทุกข์ใจอย่างหนักหรือมีความคิดทำร้ายตนเอง โปรดติดต่อสายด่วนสุขภาพจิตหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที)
กำหนดขอบเขตดิจิทัลของคุณตั้งแต่วันนี้เพื่อชีวิตที่สงบสุข
อย่าต่อสู้กับอัลกอริทึมที่เสพติดด้วยพลังใจเพียงลำพัง เลือกเครื่องมือ Limitra ที่เหมาะกับคุณ:
Limitra App Block
ไม่มีรหัสผ่านให้หลีกเลี่ยง ไม่มีการต่อเวลา ระบบกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดบนอุปกรณ์เพื่อตัดสิ่งรบกวน