← ข่าวสารทั้งหมดและสื่อระดับโลก
วิทยาศาสตร์และสุขภาพ 2026-10-04 5 นาที การอ่าน

ภาวะ "Doomscrolling": การไถเสพข่าวร้ายไม่หยุดยั้งกระตุ้นความวิตกกังวลเชิงการดำรงอยู่และความสิ้นหวัง

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์สที่ศึกษาในสองวัฒนธรรมพบว่า การไถหน้าจออ่านข่าววิกฤตและภัยพิบัติอย่างหมกมุ่นสัมพันธ์โดยตรงกับความวิตกกังวลเชิงการดำรงอยู่ (Existential Anxiety) และความรู้สึกว่าโลกใบนี้อยู่นอกเหนือการควบคุม การรับภาพสะเทือนขวัญสร้างบาดแผลทางใจทางอ้อม

📰
แหล่งข่าว: มหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส / Computers in Human Behavior Reports (ดูแหล่งข่าวต้นฉบับ ↗)

การไถหน้าจอเสพข่าววิกฤต สงคราม และภัยพิบัติบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง มีความสัมพันธ์กับความวิตกกังวลอย่างรุนแรงเกี่ยวกับความตาย ความหมายของชีวิต และการสูญเสียการควบคุมชะตากรรมของตนเอง ข้อสรุปนี้มาจากการวิจัยที่เปรียบเทียบในกลุ่มนักศึกษากว่า 800 คนจากสองวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

คำว่า "Doomscrolling" เกิดจากการรวมคำว่า "Doom" (ความหายนะ เคราะห์ร้าย) และ "Scrolling" (การเลื่อนหน้าจอ) เพื่อบรรยายพฤติกรรมการเสพข่าวเชิงลบต่อไปเรื่อยๆ แม้จะรู้ว่าทำให้ตนเองรู้สึกหดหู่และเป็นทุกข์ คำนี้กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในช่วงวิกฤตโรคระบาดปี 2020

ดร. Reza Shabahang และคณะจากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส (Flinders University) ในออสเตรเลีย ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาในปี 2024 ในวารสาร Computers in Human Behavior Reports โดยทำการสำรวจนักศึกษามหาวิทยาลัย 800 คนจากสหรัฐอเมริกา (ตัวแทนวัฒนธรรมตะวันตกแบบปัจเจกนิยม) และอิหร่าน (ตัวแทนวัฒนธรรมตะวันออกแบบคติรวมหมู่) ถือเป็นงานวิจัยชิ้นแรกๆ ที่ศึกษาปรากฏการณ์นี้ในมิติทางปรัชญาการดำรงอยู่ (Existential Psychology)

ผลการศึกษาพบว่า ในทั้งสองประเทศ Doomscrolling มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความวิตกกังวลเชิงการดำรงอยู่ (Existential Anxiety) เช่น ความหวาดกลัวต่อความตาย ความรู้สึกว่าชีวิตไร้ความหมาย และความกังวลต่อการควบคุมอนาคต ในกลุ่มตัวอย่างของอิหร่าน พฤติกรรมนี้ยังทำนายความรู้สึกเกลียดชังหรือไม่ไว้วางใจในเพื่อนมนุษย์ (Misanthropy) อีกด้วย นักจิตวิทยาอธิบายกลไกนี้ด้วยแนวคิด "การบาดเจ็บทางใจทางอ้อม" (Vicarious Trauma) แม้บุคคลจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ภัยพิบัตินั้นด้วยตนเอง แต่การเปิดรับภาพและเรื่องราวสะเทือนขวัญซ้ำๆ สามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางจิตวิทยาที่คล้ายคลึงกับภาวะเครียดหลังเหตุการณ์รุนแรงได้

แม้ว่างานวิจัยนี้จะเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ทางสถิติ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่สิ่งนี้จะกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ส่งเสริมกันและกัน: ความวิตกกังวลผลักดันให้เปิดอ่านข่าวเพื่อหาข้อมูล และเนื้อหาข่าวร้ายก็ยิ่งเพิ่มพูนความหวาดกลัวและสิ้นหวังให้ทวีคูณ

ลองนึกภาพคนที่ตื่นนอนตอนเช้าแล้วใช้เวลา 45 นาทีแรกนอนไถดูภาพสงครามและความขัดแย้งในหน้าจอ เมื่อลุกออกจากเตียง เขารู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัยและหมดหวังในโลกใบนี้ พลังงานที่จะเริ่มต้นวันใหม่เหือดแห้งไปตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเท้าออกจากห้อง

เพื่อปกป้องความสงบในใจ ควรอ่านข่าวในเวลาที่กำหนดจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือแทนการไถฟีดข่าวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยกิจกรรมที่สร้างสรรค์โดยไม่แตะโทรศัพท์ และเปลี่ยนความรู้สึกสิ้นหวังให้เป็นการลงมือทำสิ่งดีๆ ที่จับต้องได้ เช่น การบริจาค การเป็นอาสาสมัคร หรือการดูแลคนใกล้ชิด

การรับรู้ข่าวสารความเป็นไปของโลกกับการสูญเสียสุขภาพจิตในวังวนของอัลกอริทึมไม่ใช่สิ่งเดียวกัน Limitra App Block ช่วยคุณกำหนดเวลาการใช้งานแอปข่าวและโซเชียลมีเดียในแต่ละวัน เพื่อให้คุณยังคงเป็นผู้รับสารที่รอบรู้ โดยไม่ยอมให้ความตื่นตระหนกเข้ามาทำลายสมดุลในชีวิต

แท็กที่เกี่ยวข้อง:
#Doomscrolling#ความวิตกกังวลเชิงการดำรงอยู่#มหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส#การเสพติดข่าวสาร#สุขภาพจิต#การจัดการวิกฤต#Limitra App Block
ระบบนิเวศวินัยดิจิทัล LIMITRA

กำหนดขอบเขตดิจิทัลของคุณตั้งแต่วันนี้เพื่อชีวิตที่สงบสุข

อย่าต่อสู้กับอัลกอริทึมที่เสพติดด้วยพลังใจเพียงลำพัง เลือกเครื่องมือ Limitra ที่เหมาะกับคุณ:

เด็ดขาด • ความเป็นส่วนตัวออฟไลน์

Limitra App Block

ไม่มีรหัสผ่านให้หลีกเลี่ยง ไม่มีการต่อเวลา ระบบกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดบนอุปกรณ์เพื่อตัดสิ่งรบกวน